สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
“เรามุ่งมั่นใช้เทคโนโลยีสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพ ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว (BCG Economy) บนพื้นฐานของหลัก ESG เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างความสุขและความมั่งคั่งให้ทุกภาคส่วน พร้อมส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนแก่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง”
ดร.กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน
Kanokwan Wongwatanasin, Ph.D.
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกำกับองค์กร CHIEF EXECUTIVE OFFICER
(CEO-CORPORATE GOVERNANCE)
“Bio-based Innovation Driving the Future” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัททีเอสเอ็ม หากแต่เป็นทิศทางในการทำงานที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณค่าของทรัพยากรชีวภาพ และสร้างการเติบโตที่สมดุลทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ในโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การเติบโตของธุรกิจจึงต้องก้าวไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าร่วมและความยั่งยืนในระยะยาว
กลุ่มบริษัททีเอสเอ็ม ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาล เอทานอล และพลังงานชีวภาพของประเทศไทย ยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “Enrich Happiness For Sustainable Society – สร้างความสุขให้กับสังคมอย่างยั่งยืน” โดยบูรณาการหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ หมุนเวียน และสีเขียว (BCG Economy) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ โปร่งใส และสร้างคุณค่าร่วมแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
เราเชื่อว่าทรัพยากรชีวภาพมิใช่เพียงวัตถุดิบทางการเกษตร หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าใหม่ให้แก่โลก เราจึงมุ่งมั่นต่อยอดทรัพยากรชีวภาพด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างความสุข ความมั่งคั่งร่วม และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ตลอดปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ ได้ยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การต่อยอดมูลค่าจากผลผลิตและผลพลอยได้ทางการเกษตร การบริหารจัดการพลังงาน การกำกับดูแลกิจการ และการบริหารความเสี่ยง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันและความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
จากอ้อยเพียงหนึ่งต้น เราสามารถต่อยอดสู่การผลิตน้ำตาล เอทานอล พลังงานชีวภาพ Bio-CO₂ ปุ๋ยอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ชีวภาพอื่น ๆ โดยใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของอ้อยอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างคุณค่าตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ชุมชน คู่ค้า จนถึงผู้บริโภค สะท้อนการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด Bio-based Innovation Driving the Future ได้อย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ คือ การสร้างห่วงโซ่อุปทานอ้อยที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับเกษตรกรและทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า โดยนำ VIVE Sustainable Supply Program มาประยุกต์ใช้ควบคู่กับ โครงการอ้อยยั่งยืน (Sustainable Sugarcane Project) เพื่อส่งเสริมการตัดอ้อยสด ลดการเผาอ้อย สนับสนุนการทำเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) อนุรักษ์ดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
กลุ่มบริษัทฯ ยังได้ศึกษาศักยภาพการดูดกลับและกักเก็บคาร์บอนของอ้อยในภาคการเพาะปลูกร่วมกับมหาวิทยาลัยและองค์กรชั้นนำ เพื่อนำผลมาประกอบการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ตามหลัก Global Warming Potential (GWP) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์บางประเภทมีผลการประเมินอยู่ในระดับ Negative Carbon Footprint สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมชีวภาพในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ในมิติด้านสังคมและธรรมาภิบาล เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การเคารพสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยในการทำงาน และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และเติบโตร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
กลุ่มบริษัททีเอสเอ็มจะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อน “Bio-based Innovation Driving the Future” ด้วยความรับผิดชอบ นวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างคุณค่าจากทรัพยากรชีวภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว และส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนแก่สังคม สิ่งแวดล้อม และคนรุ่นต่อไป
ในนามของคณะกรรมการบริหาร ดิฉันขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เกษตรกร พนักงาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ที่ให้ความไว้วางใจและร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มบริษัททีเอสเอ็ม เราจะยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และสร้างคุณค่าร่วม เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ประเทศไทยและสังคมโลก
“เรามุ่งมั่นใช้เทคโนโลยีสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพ ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว (BCG Economy) บนพื้นฐานของหลัก ESG เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างความสุขและความมั่งคั่งให้ทุกภาคส่วน พร้อมส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนแก่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง”