Skip links

กลับไปยัง

ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

ความหลากหลายทางชีวภาพ

Biodiversity

SDG 13: การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ SDG 14: ทรัพยากรทางทะเล SDG 15: ระบบนิเวศบนบก

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ชุมชน เกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ พนักงาน ลูกค้า และนักลงทุน

“TSM มุ่งดูแลความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล
โดยบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ พร้อมดำเนินมาตรการหลีกเลี่ยง ลด ฟื้นฟู และสร้างความสมดุลของระบบนิเวศเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”

กลุ่มทีเอสเอ็มให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและบริการของระบบนิเวศ (Biodiversity and Ecosystem Services: BES) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล โดยองค์กรดำเนินงานภายใต้แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีความรับผิดชอบ ครอบคลุมการป้องกันมลภาวะ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การลดและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม

กลุ่มทีเอสเอ็มนำแนวทางการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพตามมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ โดยอ้างอิงกรอบการรายงานของ GRI Standards และแนวทางของ International Union for Conservation of Nature (IUCN) รวมถึง Science Based Targets for Nature (SBTN) พร้อมทั้งใช้เครื่องมือ WWF Biodiversity Risk Filter ในการประเมินและจัดลำดับความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อกำหนดมาตรการบริหารจัดการที่เหมาะสม

ในการดำเนินงาน กลุ่มทีเอสเอ็มประยุกต์ใช้หลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น (Mitigation Hierarchy) ครอบคลุมการหลีกเลี่ยงผลกระทบ การลดผลกระทบ การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และการสร้างความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมแนวทางการเกษตรที่ยั่งยืนร่วมกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยคู่สัญญา เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เกษตรกรรม

แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มทีเอสเอ็มในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

  • การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพของกลุ่มทีเอสเอ็ม ดำเนินการภายใต้กรอบ GRI Sustainability Reporting Standards (GRI Reporting Protocols) โดยประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และบริการของระบบนิเวศ อย่างเป็นระบบและสอดคล้องตามหลักสากล สอดคล้องกับแนวคิดของ International Union for Conservation of Nature (IUCN) guidelines และ Science Based Target for Nature (SBTN)และ GRI Disclosure 304
  • ครอบคลุมทั้งมิติของผลกระทบและการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการใช้เครื่องมือ WWF Biodiversity Risk Filter (WWF RISK FILTER SUITE) เพื่อระบุ วิเคราะห์ และจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง ก่อนกำหนดมาตรการตอบสนองที่เหมาะสมตามระดับความเสี่ยง พร้อมดำเนินการควบคุม ติดตาม และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ตามหลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับชั้น (Mitigation Hierarchy) และทบทวนผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
แสงอาทิตย์ส่องผ่านต้นไม้เหนือพื้นที่สีเขียว

การประเมินความเสี่ยงความหลากหลายทางชีวภาพ

Biodiversity Risk Assessment

01

การวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง

Risk Analysis and Evaluation

การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและพื้นที่เสี่ยงของบริษัทและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีความเสี่ยงสูง

โดยใช้ความสำคัญที่ได้จากการวิเคราะห์บริบทและความหลากหลายทางชีวภาพที่มีผลกระทบ (Impact) และการพึ่งพา (Independent) การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพโดยใช้เครื่องมือ WWF Biodiversity Risk Filter (WWF BRF)

02

การจัดลำดับความสำคัญ

Prioritize

รวบรวมข้อมูลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของโครงการ (Geographic location) ข้อมูลประเภทอุตสาหกรรม และความสำคัญเชิงธุรกิจของโรงงาน (Business Importance)

03

การตอบสนองต่อความเสี่ยง

Risk Response

พัฒนาและดำเนินกลยุทธ์ในการจัดการความเสี่ยงที่ระบุไว้ อาจรวมถึงการหลีกเลี่ยง ลดความเสี่ยง หรือยอมรับความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง

04

การตอบสนองต่อความเสี่ยง

Risk Control and Monitoring

ดำเนินการควบคุมและติดตาม เพื่อปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในพื้นที่ปฏิบัติงานและ/หรือบริเวณโดยรอบที่มีผลกระทบจากกิจกรรมของระบบนิเวศ ด้วยหลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น (Mitigation Hierarchy)

05

การทบทวน

Review

ประเมินประสิทธิภาพของแผนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ตัวชี้วัด เช่น ชนิดพันธุ์ที่เพิ่มขึ้น พื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ฟื้นฟู พร้อมจัดทำรายงานทบทวน Progress Report ตามกรอบ GRI Sustainability Reporting Standards อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท

การประยุกต์ใช้หลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น

Mitigation hierarchy

กลุ่มทีเอสเอ็มนำหลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับชั้น (Mitigation Hierarchy) ในทุกลำดับชั้นไปใช้ในการดำเนินการโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งระดับสอดคล้องกับแนวคิดของ International Union for Conservation of Nature (IUCN) guidelines และ Science Based Target for Nature (SBTN) ดังนี้

Biodiversity Mitigation hierarchy
1

หลีกเลี่ยงผลกระทบ

Avoid

กลุ่มทีเอสเอ็มดำเนินการวางแผนและบริหารจัดการพื้นที่ดำเนินงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่า กระบวนการดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กลุ่มทีเอสเอ็มได้จัดทำนโยบายการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน และกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อใช้ในการควบคุม กำกับดูแล และประเมินความเสี่ยงกิจกรรมทางธุรกิจให้หลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

2

ลดผลกระทบ

Reduce

กลุ่มทีเอสเอ็มดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบายและแนวปฏิบัติที่มุ่งเน้นการกำกับดูแลการดำเนินงานและการพัฒนาโครงการต่างๆ อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินกิจกรรมไม่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ กลุ่มบริษัทได้กำหนดกระบวนการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และปฏิบัติด้านการจัดการบริการของระบบนิเวศ (Ecosystem Services) พร้อมทั้งดำเนินโครงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในทุกพื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

3

ฟื้นฟู

Restore

กลุ่มทีเอสเอ็มยกระดับการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” โดยมุ่งเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต ผ่านการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ พลังงานทางเลือก และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น การนำชานอ้อยมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ภายในองค์กรและจำหน่ายภายนอก รวมถึงการนำกากน้ำตาลมาหมักร่วมกับยีสต์เพื่อผลิตเอทานอล แนวทางดังกล่าวช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

4

สร้างความหลากหลาย
และทำการเปลี่ยนแปลง

Regenerate & Transform

กลุ่มทีเอสเอ็มส่งเสริมแนวทางการเกษตรสมัยใหม่ที่ยั่งยืนสำหรับชาวไร่อ้อยพันธมิตร โดยสนับสนุนการใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีการเกษตรร่วมกับการอนุรักษ์ดินผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชหมุนเวียนด้วยพืชตระกูลถั่ว การคลุมหน้าดินด้วยใบอ้อย และการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการไร่ ลดการใช้ทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เครื่องจักร หรือแรงงาน ส่งผลให้ต้นทุนต่อไร่ลดลง และสนับสนุนการทำเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

แนวทางและขอบเขตการประเมิน

  • กลุ่มทีเอสเอ็มได้ทำการประเมินความเสี่ยงจากกิจกรรมต่อความหลากหลายทางชีวภาพดำเนินการโดย
    อ้างอิงเครื่องมือ WWF Biodiversity Risk Filter (WWF BRF) ซึ่งเป็นกรอบการประเมินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลครอบคลุมความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งด้านกายภาพ (Physical Risk) และด้านชื่อเสียง (Reputational Risk)
  • โดยพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างการดำเนินธุรกิจ การพึ่งพาบริการของระบบนิเวศ และผลกระทบต่อพื้นที่ทางธรรมชาติ ขอบเขตการประเมินครอบคลุมโรงงานหลัก 2 แห่ง ได้แก่
    • บริษัท น้ำตาลไทยอุดรธานี จำกัด จังหวัดอุดรธานี
    • บริษัท น้ำตาลไทยกาญจนบุรี จำกัด จังหวัดกาญจนบุรี
  • ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญเชิงธุรกิจในระดับสูงและมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่เกษตรกรรมของเกษตรกรชาวไร่อ้อยคู่สัญญา

ผลการประเมินความเสี่ยง

  • ผลการประเมินพบว่า ความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพของกลุ่มทีเอสเอ็ม ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง
    โดยความเสี่ยงด้านกายภาพมีระดับสูงกว่าความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่
    • การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
    • สภาพดิน น้ำ และระบบนิเวศในพื้นที่เกษตรกรรม
    • แรงกดดันต่อความหลากหลายทางชีวภาพจากกิจกรรมทางการเกษตร
    • ปัจจัยด้านสังคมและชุมชน รวมถึงความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
แสงอาทิตย์ส่องผ่านต้นไม้เหนือพื้นที่สีเขียว

ทั้งนี้ ไม่พบการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มบริษัทในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมาย และมีการติดตามตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง ใกล้แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและแหล่งสำคัญด้านนิเวศอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมเป้าหมาย
ไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (No Net-Loss: NNL) ภายใต้ขอบเขตที่บริษัทดำเนินการไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อ ความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ ภายใต้ขอบเขตที่บริษัทดำเนินการ ภายในปี พ.ศ. 2572
สัดส่วนพื้นที่สีเขียวภายในโรงงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของพื้นที่โรงงาน ภายในปี พ.ศ. 2570
การปลูกต้นไม้เข้าร่วมโครงการ/กิจกรรมปลูกต้นไม้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า